เส้นทางที่ 4 เส้นทางท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง หลวงปู่สรวง วัดบ้านขะยูง วัดไพรพัฒนา - กัมพูชา

เส้นทางที่
4

เส้นทางท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง หลวงปู่สรวง วัดบ้านขะยูง วัดไพรพัฒนา - กัมพูชา

จากจุดบริการ เวลา 08.00 น. ขึ้นรถตู้

จุดบริการรถตู้ คือ อาคารพลศึกษาวีสมหมาย อบจ.ศรีสะเกษ พิกัด https://goo.gl/maps/aEU2yA9keD9WB2hVA

เวลา 10.00 น. - พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่สรวง วัดบ้านขะยูง ต.ห้วยตามอญ (อ.ภูสิงห์)
เวลา 10.30 น. - กราบสรีระสังขารหลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนา (อ.ภูสิงห์)
  - รับประทานทานอาหารกลางวัน ตลาดอินโดจีน
เวลา 14.00 น. - ชมวัดป่าถ้ำผึ้ง (ดาวดึงส์) อ.ภูสิงห์
กลับมาจุดบริการ เวลา 16.30 น.

1. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่สรวง วัดบ้านขะยูง ต.ห้วยตามอญ อ.ภูสิงห์

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่สรวง วัดบ้านขะยูง ต.ห้วยตามอญ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เป็นอีกวัดหนึ่ง ที่น่าสนใจมาก ครั้นหลวงปู่สรวงท่านยังไม่ละสังขาร ในอดีตท่านเคยมาพำนักพักอาศัยบ่อยครั้ง แม้กระทั่ง ในหมู่บ้านขะยูง ท่านเข้ามาพักอาศัยในหมู่บ้านจนชาวบ้านนับถือว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ชาวบ้าน ในชุมชนยังได้สิ่งของต่างๆ ที่หลวงปู่สรวงท่านให้ไว้เช่น หีบไม้เก่า อุปกรณ์คล้ายมีดเก่าโบราณ รวมทั้ง ร่องรอย เรื่องราว ตำนานและข้อมูลหลวงปู่สรวง ที่รวบรวมมาแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นลายมือที่ท่านเขียน เครื่องอัฐบริขาร จีวร บาตรเก่า ตุ๊กตาจระเข้รอยเผาไฟและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และที่สำคัญทางวัด ได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่สรวง เพื่อเผยแผ่สื่อประดิษฐ์ปริศนาธรรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มี โอกาสมาศึกษา จึงเป็นอีกวัดหนึ่งที่น่าเข้าไปศึกษา ตามรอยธรรม ตำนาน หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน

ภาพหุ่นขี้ผึ้งในอิริยาบถต่างๆ

ความสำคัญของ ศาลาไม้หลวงปู่สรวง

เป็นหลักฐานสำคัญที่สามารถเชื่อมโยงประวัติหลวงปู่สรวงให้สานุศิษย์หลวงปู่สรวงที่มีอยู่จำนวน มาก ในปัจจุบันได้เดินทางท่องเที่ยว เพื่อศึกษาตามรอยเส้นทางธรรมของหลวงปู่สรวง ซึ่งวัดบ้านขะยูงถือ ว่าเป็นวัดในตำนานหลวงปู่สรวงที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวประวัติหลวงปู่สรวงโดยตรง ณ วัดบ้านขะยูง เดิมทีเป็นศาลาไม้เพื่อใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมหรือจัดกิจกรรมในทางพระพุทธศาสนาของวัดและ พุทธศาสนิกชนบ้านขะยูง แต่หลวงปู่สรวงมักมาพักอยู่เป็นประจำทางวัดจึงให้ถือว่า เป็นกุฏิเดิมของหลวง ปู่สรวง เดิมทีมีลักษณะเป็นศาลาชั้นครึ่ง ทำด้วยไม้ทั้งหลัง ต่อมาทางวัดได้บูรณะขึ้นเพราะมีความทรุด โทรมมาก ประกอบกับทางวัดมีศาลาไม้หลังเดียวที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมต่างๆ หรือใช้สำหรับจัด กิจกรรมต่างๆ ของวัด โดยทางวัดได้บูรณะตัวอาคารขึ้นเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างได้ก่อผนังปูน เทพื้น ต่อเติมห้อง เพิ่มออกด้านข้างทั้งสองฝั่งเพื่อใช้ประโยชน์

ขั้นตอนของการท่องเที่ยววิถีธรรม ตามรอยธรรม ตำนานหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน ของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่สรวงวัดบ้านขะยูง

จุดแรก จะต้องได้รับผ้าขาวคล้องคอไม่ใช่ผ้าพันคอ เป็นผ้าเพื่อความสำรวมทางกายใช้ปกปิดไหล่ คลุมอวัยวะต่างๆ ที่อาจจะดูไม่สุภาพเรียบร้อยให้เรียบร้อยขึ้นตลอดทั้งการยืนเดินนั่งนอน หลังจากนั้นรับ ขันธ์ 5 ขันธ์ 8 วัฒนธรรมที่นี่ดอกไม้ขันธ์ 5 ขันธ์ 8 เพราะทางวัดจัดเตรียมให้ฟรีพอได้ทั้งผ้าและเครื่อง บูชาแล้วได้เดินไปสู่กระท่อมหลวงปู่สรวงผู้เป็นศูนย์กลางศรัทธาของวัดบ้านขะยูง เพื่อสักการะถวายขันธ์ 5 ขันธ์ 8 ด้วยคำกล่าวภาษาบาลี

จุดที่สอง จากนั้นจึงขึ้นเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่สรวง ณ ศาลาไม้หลังเก่าที่หลวงปู่สรวง เคยอยู่อาศัยในสมัยที่ยังมีชีวิต กิจกรรมการท่องเที่ยวจะต้องมีการเรียนรู้ไปตลอดการท่องเที่ยวเพื่อ เสริมสร้างสติปัญญาแก่สาธุวิหารีนักท่องเที่ยวทั้งหลาย กิจกรรมต่างๆ เป็นวัฒนธรรม+จริยธรรม ที่ควบคู่ อยู่กับการแนะนำการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับการเรียนรู้ตลอดการท่องเที่ยวที่เน้น การศึกษาหลักไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา ) เป็นสำคัญ

จุดที่สาม เมื่อขึ้นสู่ศาลาไม้ก่อนเดินเวียนขวาเพื่อเที่ยวชม มีวัฒนธรรมการจุดเทียนปริศนาธรรม โพลวพลือ (ทางสว่าง) หรือเรียกได้ว่าเป็น เทียนชัย โดยผู้เป็นประธานหรือตัวแทนหรือผู้หลักผู้ใหญ่ก็ได้ เป็นผู้จุดเพื่อส่องสว่างนิมิตหมายทางปัญญา ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก

จุดที่สี่ จุดเทียนเสร็จจึงเดินเที่ยวชมศึกษาทั้งปฏิปทา แนวคิด คำสอน ของหลวงปู่สรวงที่ท่าน เขียนเอาไว้ทั้งที่พระพาหา หลวงพ่อพุทธประทานพรว่า กำหนึดเจีย แปลว่า คิดดีพูดดี ทำดี หรือที่เขียน ไว้ข้างผนังว่า ออยเตียนเมียนบาน แปลว่า ให้ทานรวยได้ เป็นต้น

แล้วร่วมกันกราบไหว้ถ่ายภาพ กับอิริยาบถวิถีชีวิตโพลวพลือ (ทางสว่าง) ของหลวงปู่สรวงที่จัด แสดงเพื่อสื่อปฏิปทาของท่านได้อย่างใกล้ชิด อาทิเช่น จุดที่หลวงปู่นั่งผิงไฟ จุดบากเสาผูกเปล จุด ถ่ายภาพกับสานุศิษย์ลายมือหลวงปู่ ที่รวบรวมมาแต่ละพื้นที่

 

แล้วเวียนขวาไปจบ ณ จุดแรก ที่จุดเทียน หลังการเขียนสมุดเยี่ยมชมและเขียนใบโพธิ์ขอพร อธิษฐานธรรมติดชายจีวรห้อยลงรอบเทียนชัย แล้วให้ตัวแทนดับเทียนชัยด้วยใบโพธิ์ เพราะเทียนชัยมี ปริศนาธรรม เหตุผลตามคำอธิบายว่า สิ่งที่ปวงมีเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ประดุจเทียนชัย ผู้ให้เห็นแจ้งชัยก็ เข้าถึงความดับกิเลสสนิทไม่มีส่วนเหลือได้ ดับเทียนชัย หมายถึง ดับกิเลสเข้าสู่พระนิพพาน

ทุกกิจกรรมจะมีการเรียนรู้และอธิบายสร้างความเข้าใจ ให้ทุกอย่างรอบตัวเป็นสื่อประดิษฐ์ปริศนา ธรรมทั้งหมด

จุดที่ห้า เมื่อลงจากศาลาไม้หลวงปู่สรวงแล้วได้ร่วมกันไขปริศนาธรรม ของหลวงปู่สรวงที่จำลอง ไว้ร่วมกันแลกเปลี่ยนถอดรหัสปริศนาธรรม เล็กน้อยเพื่อลับสติปัญญา เป็นปัญญาที่เกิดจากการคิด ชื่อว่า จินตมยปัญญา

เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว “เริ่มด้วยความสงบ จบด้วยความฉลาด”

2. วัดไพรพัฒนา

ตั้งอยู่ใน ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นสถานที่พำนักของ หลวงปู่สรวง นักบุญแห่งดินแดนอีสานใต้ ที่เป็นพระผู้บำเพ็ญเพียรตามเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจนกลายมาเป็นที่รักและศรัทธาของผู้คนทั่วไปค่ะ

ทานอาหารเที่ยงตลาดอินโดจีน อ.ภูสิงห์

3.วัดป่าถ้ำผึ้ง(ดาวดึงส์)

อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอภูสิงห์ พุทธสถานวัดป่าถ้ำผึ้ง(ดาวดึงส์) เปิดให้นักท่องเที่ยวไหว้สักการะพระนอนองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายใต้หน้าผา บรรยากาศร่มรื่นเหมาะสำหรับผู้แสวงบุญและรักธรรมชาติ ห่างจากวัดไพรพัฒนาประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นวัด ที่สร้างอยู่ใต้หน้าผา บนภูเขา มีถ้ำหิน โขดหินแบบเป็นธรรมชาติที่สวยงามมาก มูลนิธิหลวงปู่สรวงได้พัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาเชิงธรรมชาติ และปฏิบัติธรรมกรรมฐานของพระสงฆ์และเนกขัมมะจารีชีพราหมณ์ ตลอดจนประชาชนทั่วไป และสร้างพระนอนไว้ให้พุทธศาสนิกชนไว้กราบไหว้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชาโดยใช้มิติทางพระพุทธศาสนา