เส้นทางที่ 1 เส้นทางท่องเที่ยว ชิตี้ทัวร์ไหว้พระขอพร

เส้นทางที่
1

เส้นทางท่องเที่ยว ชิตี้ทัวร์ไหว้พระขอพร

จากจุดบริการ เวลา 08.30 น. ขึ้นรถตู้

จุดบริการรถตู้ คือ อาคารพลศึกษาวีสมหมาย อบจ.ศรีสะเกษ พิกัด https://goo.gl/maps/aEU2yA9keD9WB2hVA

เวลา 09.00 น. - ไหว้หลวงพ่อโตพระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดศรีสะเกษ
เวลา 09.30 น. - ไหว้พระวัดเบญจพุทธาราม
เวลา 10.30 น. - กราบหลวงพ่อพระแสง วัดน้ำคำ
เวลา 11.30 น. - พระธาตุสุพรรณหงส์ รับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 14.00 น. - ชมสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ
กลับมาจุดบริการ 16.00 น.

1. หลวงพ่อโตพระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดศรีสะเกษ

วัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต) ได้ชื่อว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ก็เนื่องจากในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ เป็นปีที่เจ้าเมืองศรีสะเกษคนที่ ๒ พระวิเศษภักดี (หรือ ท้าวชม พ.ศ. ๒๓๒๘ – ๒๓๖๘) ได้ย้ายเมืองศรีสะเกษ จากที่ตั้งเดิมบ้านโนนสามขาสระกำแพงมาตั้งที่บริเวณที่เป็นศาลหลักเมืองในปัจจุบัน ในขณะที่สร้างเมืองนั้น มีคนไปพบหลวงพ่อโต ภายในใจกลางป่าแดง จึงได้อุปถัมภ์บำรุงโดยให้สร้างวัดขึ้นบริเวณที่พบหลวงพ่อโต ตั้งชื่อว่า “วัดพระโต" หรือ "วัดป่าแดง” ได้จัดหาพระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิมาปกครอง ก่อสร้างเสนาสนะที่จำเป็นต่าง ๆ และ เจ้าเมืองศรีสะเกษคนต่อ ๆ มาไม่ว่าจะเป็นพระวิเศษภักดี (ท้าวบุญจันทร์) เจ้าเมืองศรีสะเกษ ท่านที่ ๓ ,พระวิเศษภักดี (โท) เจ้าเมืองศรีสะเกษ ท่านที่ ๔ เป็นต้น ก็ได้อุปถัมภ์เอาใจใส่บำรุงวัดพระโต เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ตลอดมา ตราบเท่าที่ศรีสะเกษได้กลายเป็นจังหวัด

2. วัดเบญจพุทธาราม

วัดเบญจพุทธาราม ตั้งอยู่ที่บ้านหนองโน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำมูลด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ซึ่งมีพระธาตุหนองโนเป็นพระธาตุเก่าแก่โบราณก่อด้วยอิฐ ไม่มีหลักฐานการก่อสร้างที่ชัดเจน แต่ประมาณตามอายุของอิฐราวๆ 700 - 1000 ปี "

3. วัดบ้านน้ำคำ

วัดน้ำคำ ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำคำ ตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๒๔๘ โดยมีหลักฐานยืนยันจากหอไตรกลางน้ำ สิมโบราณ หนังสือใบลานจำนวนมาก พร้อมตู้ไม้ขนาดใหญ่ห่อด้วยผ้าไหมโบราณ บ้านน้ำคำ ก่อตั้งขึ้นราวสมัยอยุธยาตอนปลาย พ.ศ. ๒๒๔๘ ซึ่งจากหลักฐานพบว่ามีกองทัพหนึ่งประกอบด้วย กองทัพช้าง กองทัพม้า และกองทัพทหารเดินเท้ายกทัพมาตั้งอยู่บริเวณดังกล่าว มีแม่ทัพชื่อว่า “ขุนคง” และต่อมาได้กลายเป็นเพื่อนกับตาคำ หรือ “ขุนคำ” หัวหน้าหมู่บ้านน้ำคำ จากนั้นขุนคงได้อพยพมาอยู่ร่วมกันที่บ้านน้ำคำ ชาวบ้านจึงเรียกหนองแห่งนั้นว่า “หนองทัพเก่า” ด้านทิศใต้จะเป็นดอน ขุดพบไหมีหูขนาดใหญ่หลายใบ หม้อดิน เต่าไม้โบราณ และอาวุธหลายชนิดฝังอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านได้นำสิ่งของเหล่านั้นมาถวายวัดน้ำคำ และกาลต่อมาท่านพระครูสิริธรรมาภิราม เจ้าอาวาสวัดน้ำคำขณะนั้นได้นำไปมอบถวายไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุเรืองรอง

4. วัดพระธาตุสุพรรณหงษ์

ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหว้าน อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 10 กิโลเมตร ด้วยความโดดเด่นของพระอุโบสถที่ก่อสร้างบนเรือสุพรรณหงส์จำลอง ลอยอยู่กลางน้ำอย่างสวยงามแปลกตา ทำให้เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของศรีสะเกษ นอกจากนี้ยังข้างวัดยังมีตลาดโบราณ ที่จะมีพ่อค้าแม่ค้ารุ่นใหญ่ นำของพื้นบ้านมาวางขายในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าพื้นเมือง ข้าวจี่ ผักพื้นบ้าน ให้ได้เลือกซื้อเลือกช๊อปกันแบบเพลิน ๆ

5. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ

เป็นที่ราบมีความสูงต่ำตามลักษณะเดิมของบริเวณ ภายในสวนมีลำห้วยธรรมชาติ 2 สาย คือ ห้วยปูนใหญ่ และห้วยปูนน้อย ไหลมาบรรจบกันที่ด้านเหนือของสวนซึ่งมีฝายกั้นเป็นที่เก็บกักน้ำเพื่อความสวยงาม เป็นสวนน้ำเพื่อการพักผ่อนอย่างสงบโดยรอบและใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับระบบชลประทาน

พื้นที่เดิม เป็นป่าละเมาะธรรมชาติที่อุดมด้วยพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งประดู่ พยุง ตะแบก มังคุดป่า ชะพวงและมะส้าน โดยเฉพาะต้นลำดวนที่มีขึ้นอยู่มากมายในพื้นที่ ประมาณได้มากถึง 50,000 ต้น จากการสร้างสวนนี้เองที่จังหวัดศรีสะเกษได้นำต้นลำดวนมาเป็นต้นไม้ประจำจังหวัด โดยที่พื้นที่เดิมมีส่วนหนึ่งที่เป็นป่าธรรมชาติที่มีสัตว์ป่าและนกอยู่อาศัยอยู่เดิมแล้วเป็นจำนวนมากและหลากหลายชนิด เช่น กระรอก กระแต อีเห็นลายจุด พังพอน รวมทั้งกระจง ผู้ออกแบบวางผังจึงกำหนดให้คงไว้เป็นแหล่งพักพิงของสัตว์ป่า